กิเลส ๑๐ 
 
"พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว"
 
ศิลปะ ถือเป็นอีกสายวิชาหนึ่งที่เด็กสมัยนี้เลือกที่จะเรียน เมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยของรั่วมหาวิทยาลัย
บางคนคิดว่าเรียนแล้วเท่ หรือ สบาย จึงเป็นวิชาหนึ่งที่เด็กวัยรุ่นอยากเรียน
 
ผมก็เป็นอีกหนึ่งคนที่เคยเลือกศิลปะเป็นอันดับแรกๆ เพราะผมคิดว่ามันคงเท่ดี และเรียนสบาย
โดยในหัวคิดว่าการเรียนศิลปะจะง่ายๆ 
 
แต่
 
ความเป็นจริงมันยากกว่าที่ผมคิด ทักษะต่างๆ ต้องเรียนรู้และใช้มันลงไปในการทำงาน
ทำให้หลายๆ ครั้ง ความเครียดเข้าถามหา จนถึงกับต้องพึ่งสุราอยู่บ่อยครั้ง หรือทุกครั้ง
 
ตอนนี้ผมกำลังจะขึ้นปีที่ 2 ในการศึกษา ผมผ่านเทอมแรกมาได้เพราะเพื่อนช่วยทั้งนั้น
เพราะการสอบครั้งที่ผ่านมาผมแทบจะจำคำตอบใดๆ ในข้อสอบได้เลย แต่ถือเป็นโชคที่
เพื่อนส่งคำตอบให้ผมในช่วงสุดท้ายของการทำข้อสอบ
 
ในปีนี้ผมจึงคิดว่าจะตั้งใจเรียนให้มากขึ้น  แต่งานหนักขึ้นจากเดิม
ช่วงเวลาในการทำงานมีมากกว่าการพักผ่อน บางงานที่ส่งไปอาจารย์ตีกลับ
 
ความขี้เกียจบวกกับความท้อถอย ทำให้ผมต้องพึ่งสุราอีกครั้ง
งานต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายมา ผมจึงค่อยทำในช่วงก่อนส่งเพียงหนึ่งวัน
งานผมจะห่วยแต่เพียงใดก็ ปลอบใจตัวเองว่าได้ส่ง
 
งานสุดท้ายของปีก็มาถึง 
 
อาจารย์ได้มอบหมายและให้เวลา 2 อาทิตย์ ในการทำงาน
เหมือนความคิดเดิมๆ ก็กลับมา...
 
"พรุ่งนี้แล้วกัน"
 
พรุ่งนี้ของผมจึงผลัดออกไปเรื่อยๆ จนอาทิตย์สุดท้ายมาถึง
ในความคาดหมายของผมคือ ยังไงก็สำเร็จไปด้วยดีเหมือนทุกครั้ง
 
แต่
 
ความคิดต่างๆ ก็ล้มเหลวลงต่อหน้า เมื่อสิ่งที่ผมคาดหวังกลับไม่เป็นดั่งที่หวัง
งานทุกอย่างที่ทำมากลับไม่สำเร็จทัน ในช่วงวันส่ง...
 
ด้วยเกรดการเรียนของผมต่ำกว่าเกณฑ์ ทำให้การเรียนของผมสะดุดลง
การลาออกจึงเป็นทางเลือกแรกที่ผมคิด...
 
เวลาผ่านไป 1 ปี
ผมจึงคิดที่จะกลับไปเรียนใหม่อีกครั้ง
 
"เวลาในการรับสมัคร อีกตั้ง 7 วัน แหนะ...."
 
"พรุ่งนี้แล้วกัน"
 
"พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว"
อ.ศิลป์ พีระศรี
________________________________________
 
กิเลส ๑๐ ข้อที่ ๘
ถีนะ ความเกียจคร้าน ท้อแท้ หดหู่
.............. 

Comment

Comment:

Tweet