SOLITARY.

posted on 18 Aug 2014 17:28 by comedys directory Diary
 
 SOLITARY.
Comedys
 
ยังกลัวความมืดอยู่รึปล่าว?
 
กิเลส ๑๐ 
 
"พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว"
 
ศิลปะ ถือเป็นอีกสายวิชาหนึ่งที่เด็กสมัยนี้เลือกที่จะเรียน เมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยของรั่วมหาวิทยาลัย
บางคนคิดว่าเรียนแล้วเท่ หรือ สบาย จึงเป็นวิชาหนึ่งที่เด็กวัยรุ่นอยากเรียน
 
ผมก็เป็นอีกหนึ่งคนที่เคยเลือกศิลปะเป็นอันดับแรกๆ เพราะผมคิดว่ามันคงเท่ดี และเรียนสบาย
โดยในหัวคิดว่าการเรียนศิลปะจะง่ายๆ 
 
แต่
 
ความเป็นจริงมันยากกว่าที่ผมคิด ทักษะต่างๆ ต้องเรียนรู้และใช้มันลงไปในการทำงาน
ทำให้หลายๆ ครั้ง ความเครียดเข้าถามหา จนถึงกับต้องพึ่งสุราอยู่บ่อยครั้ง หรือทุกครั้ง
 
ตอนนี้ผมกำลังจะขึ้นปีที่ 2 ในการศึกษา ผมผ่านเทอมแรกมาได้เพราะเพื่อนช่วยทั้งนั้น
เพราะการสอบครั้งที่ผ่านมาผมแทบจะจำคำตอบใดๆ ในข้อสอบได้เลย แต่ถือเป็นโชคที่
เพื่อนส่งคำตอบให้ผมในช่วงสุดท้ายของการทำข้อสอบ
 
ในปีนี้ผมจึงคิดว่าจะตั้งใจเรียนให้มากขึ้น  แต่งานหนักขึ้นจากเดิม
ช่วงเวลาในการทำงานมีมากกว่าการพักผ่อน บางงานที่ส่งไปอาจารย์ตีกลับ
 
ความขี้เกียจบวกกับความท้อถอย ทำให้ผมต้องพึ่งสุราอีกครั้ง
งานต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายมา ผมจึงค่อยทำในช่วงก่อนส่งเพียงหนึ่งวัน
งานผมจะห่วยแต่เพียงใดก็ ปลอบใจตัวเองว่าได้ส่ง
 
งานสุดท้ายของปีก็มาถึง 
 
อาจารย์ได้มอบหมายและให้เวลา 2 อาทิตย์ ในการทำงาน
เหมือนความคิดเดิมๆ ก็กลับมา...
 
"พรุ่งนี้แล้วกัน"
 
พรุ่งนี้ของผมจึงผลัดออกไปเรื่อยๆ จนอาทิตย์สุดท้ายมาถึง
ในความคาดหมายของผมคือ ยังไงก็สำเร็จไปด้วยดีเหมือนทุกครั้ง
 
แต่
 
ความคิดต่างๆ ก็ล้มเหลวลงต่อหน้า เมื่อสิ่งที่ผมคาดหวังกลับไม่เป็นดั่งที่หวัง
งานทุกอย่างที่ทำมากลับไม่สำเร็จทัน ในช่วงวันส่ง...
 
ด้วยเกรดการเรียนของผมต่ำกว่าเกณฑ์ ทำให้การเรียนของผมสะดุดลง
การลาออกจึงเป็นทางเลือกแรกที่ผมคิด...
 
เวลาผ่านไป 1 ปี
ผมจึงคิดที่จะกลับไปเรียนใหม่อีกครั้ง
 
"เวลาในการรับสมัคร อีกตั้ง 7 วัน แหนะ...."
 
"พรุ่งนี้แล้วกัน"
 
"พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว"
อ.ศิลป์ พีระศรี
________________________________________
 
กิเลส ๑๐ ข้อที่ ๘
ถีนะ ความเกียจคร้าน ท้อแท้ หดหู่
.............. 

Indifferent (ช่างมันเถอะ).

posted on 15 Aug 2014 01:35 by comedys directory Diary
กิเลส ๑๐
 
"มันไม่ใช่ของของเรา ชั่งมันเถอะ"
 
เกาะแห่งหนึ่ง ไม่ระบุพื้นที่ มีชาย 3 คน อาศัยอยู่บนเกาะร้างแห่งนี้
พวกเขาทั้ง 3 เป็นผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เรือล่มกลางมหาสมุทร และได้หายสาปสูญไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว
 
บนเกาะแห่งนี้มีความประหลาดอย่างหนึ่งที่ทำให้ชายทั้งสามไม่อยากติดต่อโลกภายนอกนั้นคือ
 
ต้นแอปเปิ้ล อายุพันปี มันออกผลเฉพาะช่วงฤดูร้อน ในทุกๆ 2 ปี
สรรพคุณของผลแอปเปิ้ลนี้ ใครก็ตามที่ได้กินมันจะสามารถเนรมิตรสิ่งใดก็ได้บนโลกใบนี้ 
แต่สิ่งที่เนรมิตรนั้นอยู่ได้เพียงหนึ่งวัน และจะค่อยๆ หายไป
 
 
ในตอนแรกชายคนที่สามไม่่ทราบว่าผลแอปเปิ้ลมีสรรพคุณจึงทานและใช้เวลาทั้งวันหลับไปโดยเปล่าประโยชน์
เมื่อทราบถึงสรรพคุณจึงเหลือชายเพียงสองคนที่สามารถเนรมิตรอะไรก็ได้...พวกเขาเลือกเนรมิตร
 
เรื่อและ วิทยุสื่อสาร
 
ในการออกเดินทางครั้งนั้นเมื่อเรือออกไม่ถึงไหน เรือก็ค่อยๆ หายไป ชายคนที่สองจึงหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมา
แต่...มันติดต่อใครไม่ได้ เนื่องจากบริเวณรอบๆ นั้นไม่มีสัญญาณใดๆ ทั้งสิ้นและมันก็หายไป
ทำให้ชายทั้งสามท้อแท้และหมดหวัง และได้ว่ายน้ำกลับมายังเกาะแห่งนี้ และทั้งสามได้ทราบว่ามีเวลาเพียงหนึ่งวันในการเนรมิตรสิ่งต่างๆ ก่อนที่มันจะหายไป ความเงียบเข้ามาแทรกแทนการสนทนาด้วยน้ำเสียงสั่นคลอ
 
อีก 2 ปีต่อมา ชายสองคนเลิกล้มที่จะออกจากเกาะแห่งนี้เพราะท้อถอยกับเหตุการที่เกิดขึ้นใน 2 ปีแรก
 
ชายคนแรกเด็ดผลแอปเปิ้ลลงมากิน เขาเนรมิตร สาวงาม มาบำเรอตนในช่วงเวลาหนึ่งวัน
ชายคนที่สองเด็ดแอปเปิ้ลลงมากินและ เนรมิตรอาหารมากมายที่เขาอยากทานมาทั้งชีวิต
ชายคนที่สามนิ่งและยังคงคิดว่าต้องมีทางออกจากเกาะแห่งนี้ได้โดยเขาเนรมิตร นกพิราบสื่อสาร ออกมา
 
แต่...เวลาผ่านไปยังไม่มีใครพบเจอเกาะแห่งนี้เลย
อีกหนึ่งวันจะเข้าไปปีที่ 6 ที่พวกเขารอคอย
 
 
แต่ชายคนแรกไปยืนรอใต้ต้นไม้ตั้งแต่เช้ามืด เพื่อรอกินผลแอปเปิ้ล 
ชายคนที่สามแอบเห็นและรอดูว่าเขาจะเนรมิตรสิ่งใดออกมาในรอบนี้
 
และสิ่งที่ชายคนที่สามเห็นและตกใจคือ ชายคนแรกหยิบแอปเปิ้ลมาสองลูกและกำลังจะกินมัน
เขาจึงออกไปถามว่าทำไมถึงกินสองลูกไม่เผื่อชายคนที่สองเลยหรืออย่างไร ?
ชายคนแรกจึงบอกว่า เรื่องนี้เรารู้กันแค่สองคน ฉันเก็บอีกลูกไว้ให้นายอยู่แล้ว
 
ชายคนที่สามจึงโล่งใจและเดินกลับไปพักที่ของตน เขาคิดในใจเพียงว่า
 
"มันไม่ใช่ของของเรา ชั่งมันเถอะ"
 
เมื่อชายคนที่สามตื่นมาและเดินไปยังต้นไม้....ภาพที่เขาเห็นคือชายคนที่สองนอนตายอยู่ข้างต้นไม้
และมีอาหารมากมายเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด เขาตกใจและรีบไปหาชายคนที่หนึ่ง ว่าเกิดอะไรขึ้น
 
ก่อนที่เขาจะไปตามหาชายคนแรกเขาหยิบผลแอปเปิ้ลที่ตกอยู่ขึ้นมาทานเพื่อที่จะเนรมิตรสิ่งของที่
เขาต้องการ
คือ เครื่องบิน ให้เขาได้ออกจากเกาะ
 
เขากินจนหมด....เขาเนรมิตรอะไรไม่ได้
และร่างกายเขาเริ่มอ่อนล้า และค่อยๆ หลับลงไปข้างศพของชายคนที่สองตลอดกาล
ก่อนหน้านั้น
ชายคนแรกหยิบมากินเพียงสองผล ผลแรกเขาเนรมิต หญิงสาว เพื่อนำมาบำเรอตนเอง
ผลที่สองเขาเนรมิตรอาหารที่อาบยาพิษไว้จำนวนมากให้ชายคนที่สองทาน แต่เขายังไม่พอใจ
เขาจึงหยิบผลแอปเปิ้ลผลสุดท้ายมาทานและ...
 
เนรมิตรผลแอปเปิ้ลพิษออกมา

และแอบคอยดูชายทั้งสองตายลงไป เพื่อที่เขาจะได้เป็นเจ้าของต้นไม้พันปีแต่เพียงผู้เดียว

และในเวลานั้น
 
ก่อนชายคนที่สามจะหมดลมหายใจ เขาพูดเบาๆ กับตัวเองว่า....
 
"ถ้าฉันห้ามเขาตั้งแต่แรก ฉันคงได้กลับบ้านในปีนี้"
 
 
 
_________________________________
 
กิเลส ๑๐ ข้อที่ ๑
อโนตอัปปะ ความไม่รู้สึกตื่นกลัวกับการทุจริต
..................